การบริหารจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ

ท่ามกลางวิกฤตการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่ทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในระดับโลก รายงานฉบับล่าสุดของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) ได้ส่งสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุด (Code Red for Humanity) ซึ่งระบุชัดเจนว่าการจำกัดอุณหภูมิ โลกไม่ให้สูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียส ตามความตกลงปารีส (Paris Agreement) จำเป็นต้องอาศัยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเร่งด่วนและ มีนัยสำคัญจากทุกภาคส่วน

บริษัท เนอวานา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ดำเนินธุรกิจด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ รับก่อสร้างบ้าน ผลิตและจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง อาทิ รั้วสำเร็จรูป ที่โดดเด่นด้านการออกแบบแนว Natural modern มุ่งเน้นคุณภาพ โดยให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี Smart Home การออกแบบเพื่อสุขภาวะ (Wellbeing living) การประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ได้ตระหนักดีว่าในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้างมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการลดก๊าซเรือนกระจกของโลก เนื่องจากภาคอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้าง (Built Environment) มีสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเกือบ 40% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งโลก ทั้งจากการดำเนินงาน (Operational Carbon) และจากกระบวนการผลิตวัสดุก่อสร้างตลอดวัฏจักรชีวิต (Embodied Carbon)

ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ว่าจ้างบริษัท Baker Mckenzie Thailand เป็นที่ปรึกษาการจัดทำรายงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO หรือ Corporate Carbon Footprint: CCF) เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กร Zero Carbon หรือองค์กรที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ เพื่อจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร ประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทำให้ทราบแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญขององค์กร ก่อนนำไปบริหารจัดการและวางแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มีนัยสำคัญต่อไป

บริษัทฯ ได้รวบรวมข้อมูลระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2568 – 31 มกราคม 2568 ได้แก่ สำนักงานใหญ่, โรงงานพรีแคส จังหวัดนครปฐม, โครงการที่มีบ้านพร้อมขาย และคอมมูนิตี้มอลล์ โครงการ เนอวานา พอร์ช โดยมีรายละเอียดดังนี้

  1. ก๊าซเรือนกระจกทางตรง
    Scope 1 เป็นก๊าซเรือนกระจกที่มีการเผาไหม้เคลื่อนที่ (Mobile Combustion) คำนวณจาก
    • การใช้เชื้อเพลิง Fossil Fuel กับรถยนต์ รถโฟล์คลิฟต์ เครื่องจักรและอุปกรณ์ ของบริษัทในการดำเนินงานที่เกี่ยวเนื่องกับกิจธุระของบริษัท(สำนักงานใหญ่ และโรงงานผลิตแผ่นสำเร็จรูป)
    • การใช้สารทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศในอาคารสำนักงานใหญ่
  2. ก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม
    Scope 2 เป็นก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากไฟฟ้าที่ถูกนำจากภายนอกเข้ามาใช้ในบริษัทฯ คำนวณจาก
    • ปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งหมดของบริษัทฯ (สำนักงานใหญ่, โรงงานผลิตแผ่นสำเร็จรูป, พื้นที่ก่อสร้าง, , พื้นที่ Nirvana PORCH (New))
  3. ก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม
    Scope 3 เป็นก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการใช้น้ำประปา กระดาษ ภายในองค์กร และการใช้วัตถุดิบ คำนวณจาก
    • การใช้กระดาษในสำนักงานใหญ่, พื้นที่ก่อสร้าง, โรงงานผลิตแผ่นสำเร็จรูป
    • การใช้น้ำประปาในสำนักงาน, พื้นที่ก่อสร้าง, โรงงานผลิตแผ่นสำเร็จรูป,พื้นที่ Nirvana PORCH (New)
    • การใช้เหล็กเป็นวัตถุดิบในการผลิตแผ่นสำเร็จรูป
    • การใช้ปูนซีเมนต์เป็นวัตถุดิบในการผลิตแผ่นสำเร็จรูป
    • การขนส่งสินค้าโดยใช้รถบรรทุก 10 ล้อ

สรุปผลการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกปี 2568

ในปี 2568 บริษัทฯ มีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมเป็นจำนวน 3,788.67 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า โดยเกิดจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง ขอบเขตที่ 1 (Direct Emission: Scope 1) จำนวน 24.68 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือ tonCO2e คิดเป็นร้อยละ 0.65 ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมขอบเขตที่ 2 (Indirect Emission: Scope 2) จำนวน 3,037.57 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือ tonCO2e คิดเป็นร้อยละ 80.18 และปริมาณการปล่อยก๊าซเรือน กระจกทางอ้อมขอบเขตที่่ 3 (Other Indirect Emissions: Scope 3) จำนวน 726.42 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือ tonCO2e คิดเป็นร้อยละ 19.17

ตารางรายละเอียดการจัดเก็บข้อมูลสำนักงานใหญ่ โรงงาน โครงการที่มีบ้านพร้อมขาย และคอมมูนิตี้มอลล์ Nirvana PORCH
ขอบเขต 2565 (tonCO2e) ร้อยละ 2566 (tonCO2e) ร้อยละ 2567 (tonCO2e) ร้อยละ 2568 (tonCO2e) ร้อยละ
ก๊าซเรือนกระจกทางตรง ขอบเขต 1 1.21 1.00 2.71 2.00 29.47 2.00 24.68 0.65
ก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม ขอบเขต 2 100.72 91.00 117.90 92.00 829.18 57.00 3,037.57 80.18
ก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม ขอบเขต 3 9.08 8.00 7.14 6.00 587.67 41.00 726.42 19.17
รวมปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 111.01 100.00 127.75 100.00 1,446.32 100.00 3,788.67 100.00

เป้าหมายระยะยาว (องค์กร) : ภายในปี 2593 (ค.ศ.2050) บริษัทตั้งเป้าหมายมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน

เป้าหมายระยะสั้น(สำนักงานใหญ่) : ภายในปี 2570 (ค.ศ.2027) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 5 (เปรียบเทียบปีฐาน 2565 )

ตารางรายละเอียดการจัดเก็บข้อมูลเฉพาะ (สำนักงานใหญ่)
ขอบเขต 2565 (tonCO2e) ร้อยละ 2566 (tonCO2e) ร้อยละ 2567 (tonCO2e) ร้อยละ 2568 (tonCO2e) ร้อยละ
สำนักงานใหญ่
ก๊าซเรือนกระจกทางตรง ขอบเขต 1 1.21 1.00 2.71 2.00 1.18 1.04 4.28 6.45
ก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม ขอบเขต 2 100.72 91.00 117.90 92.00 106.20 94.27 58.77 88.51
ก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม ขอบเขต 3 9.08 8.00 7.14 6.00 5.29 4.69 3.35 5.05
รวมปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 111.01 100.00 127.75 100.00 112.67 100.00 66.40 100.00

เมื่อเปรียบเทียบกับปีฐาน (ปี 2567) พบว่าในปี 2568 ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของสำนักงานใหญ่ ลดลงจาก 112.67 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี เหลือ 66.40 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี โดยมีสาเหตุหลักจากการปรับรูปแบบการใช้พื้นที่สำนักงานและการลดขนาดพื้นที่ใช้สอย จากเดิม 1,610 ตารางเมตร เหลือ 1,127 ตารางเมตร ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อหน่วยพื้นที่ พบว่า บริษัทสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ประมาณ ร้อยละ 15.81 เมื่อเทียบกับปีฐาน

แนวทางการดำเนินงานเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

  1. บริษัทฯ ติดตั้งโซล่าเซลล์ที่คอมมูนิตี้มอลล์ โครงการ เนอวานา พอร์ช เพื่อลดการใช้พลังงานไฟฟ้า
  2. บริษัทได้มีการทบทวนนโยบายและแผนงานที่จะขับเคลื่อนสู่การเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในอนาคต โดยเฉพาะการนโยบายในการลดก๊าซเรือนกระจกให้ครอบคลุมครบทั้งขอบเขตที่ 1, 2 และ 3
  3. จากการวิเคราห์สัดส่วนปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงาน พบว่าส่วนใหญ่มาจากการใช้พลังงานไฟฟ้า ดังนั้น บริษัทฯ จึงได้ดำเนินมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยเน้นการลดการใช้พลังงานไฟฟ้า โดยอยู่ในระหว่างดำเนินโครงการนำพลังงานทดแทนมาใช้ โดยการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์
  4. นอกจากนี้บริษัทฯ ยังเลือกใช้เทคโนโลยีประสิทธิภาพสูงช่วยในการประหยัดพลังงาน ได้แก่
    • ติดตั้งโคมไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงและหลอดไฟฟ้า LED พร้อมระบบควบคุมการเปิด-ปิด (Motion Sensor)
    • เลือกใช้ระบบปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพ
    • การเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักร อุปกรณ์ที่มีฉลากเบอร์ 5 ประหยัดพลังงาน
  5. ทุกโครงการของบริษัทฯ เลือกใช้สุขภัณฑ์ประหยัดน้ำและพลังงานเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยเลือกใช้โถสุขภัณฑ์และก็อกน้ำของ COTTO จำนวน 5 โครงการ ได้แก่ โครงการ เนอวานา แอบโซลูท บางนา, โครงการ เนอวานา แอบโซลูท เอกมัย-รามอินทรา, โครงการ เนอวานา แอบโซลูท กรุงเทพกรีฑา, โครงการ เนอวานา ดีฟายน์ เอกมัย-รามอินทรา และโครงการ เนอวานา ดีฟายน์ กรุงเทพกรีฑา นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเลือกใช้สุขภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของคู่ค้ารายอื่นๆ เช่น โครงการ เนอวานา คอเลคชั่น เลือกใช้โถสุขภัณฑ์และก๊อกน้ำ ที่ช่วยลดการใช้น้ำของ TOTO Technical
  6. บริษัทฯ มีนโยบายสนับสนุนให้ผู้บริหารและพนักงานใช้รถพลังงานไฟฟ้า เพราะบริษัทฯ ตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดจากก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการใช้รถยนต์สันดาปภายใน หรือใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล (Fossil fuel) เช่น น้ำมัน LPG และ NGV และเพื่อเป็นการสนับสนุนพลังงานที่ใช้ยานยนต์ไฟฟ้า หรือ Electric Vehicle (EV) โดยพนักงานที่ได้รับ Fleet Card รายเดือน และปัจจุบันใช้รถยนต์ไฟฟ้าแบบปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Electric Vehicle: PHEV) และรถยนต์ฟฟ้าแบบใช้พลังงานอย่างเดียวในการขับเคลื่อน (Plug-in Electric Vehicle: PEVs) สามารถเลือกรับเป็นเงินได้แทน Fleet Card ของบริษัทฯ ในอัตราร้อยละ70 ของวงเงินที่กำหนดปัจจุบัน
  7. การขอความร่วมมือพนักงานช่วยกันตรวจสอบการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลวันหยุด ให้พนักงงานทุกคนถอดปลั๊กและปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกอย่าง เพื่อเป็นการประหยัดพลังงาน และลดความเสี่ยงการเกิดอัคคีภัยจากไฟฟ้าลัดวงจร
  8. บริษัทฯ มีโครงการลดการใช้กระดาษ บริษัทนำระบบ Office 365 มาใช้ในการทำงานของพนักงานทั่วทั้งบริษัทฯ และสนับสนนการใช้กระดาษ 2 ด้าน นอกจากนี้ ได้ปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานเป็นการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ และElectronic file
  9. การส่งเสริมให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วมในการจัดการก๊าซเรือนกระจก สิ่งแวดล้อมและพลังงานภายในองค์กร ด้วยการดำเนินงานโครงการ ดังต่อไปนี้ “Switch off” ปิดสวิตช์เมื่อไม่ใช้งาน และ 3R+1 “Reduce Reuse Recycle & Rethink” ผลพลอยได้ที่เกิดขึ้นคือ ทำให้บริษัทฯ ลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ลง
  10. การเพิ่มห้องประชุมในสำนักงาน ทำให้พนักงานใช้ห้องประชุมภายในบริษัทฯ รวมถึงการอบรมมากขึ้น ลดการใช้เชื้อเพลิงในการใช้ยานยนต์เพื่อการเดินทางของพนักงานไปยังสถานที่ประชุมภายนอก
  11. ในส่วนการสร้างความตระหนักรับรู้ของพนักงานเกี่ยวกับปัญหาสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง และอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทฯ นั้น บริษัทฯ ได้จัดอบรมให้ความรู้เรื่องก๊าซเรือนกระจกและแนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร เพื่อให้พนักงานผู้ข้าอบรมสามารถจำแนกกิจกรรมที่เป็นสาเหตุและแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มีนัยสำคัญ นำไปสู่มาตรการหรือแนวทางบริหารจัดการเพื่อลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  12. มีการดำเนินการชดเชยคาร์บอน โดยในปี 2568 บริษัทฯ ได้ดำเนินการเพิ่มพื้นที่ปลูกต้นยูคาลิปตัส, ต้นฝรั่ง และต้นมะฮอกกานี รวมประมาณ 3,605 ต้น เมื่อช่วงต้นปี 2568 ที่ผ่านมา

ในปี 2568 บริษัทฯ ได้นำขวดพลาสติกใช้แล้วจากพื้นที่คอมมูนิตี้มอลล์ โครงการเนอวานา พอร์ช มารีไซเคิลและออกแบบสร้างสรรค์เป็น “ต้นคริสต์มาสรีไซเคิล” ในช่วงเทศกาลคริสต์มาส เพื่อส่งเสริมแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและการนำวัสดุหรือขยะกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse & Recycle)

กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการมีส่วนร่วมดูแลสิ่งแวดล้อม ลดปริมาณขยะพลาสติก และปลูกฝังจิตสำนึกด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมให้แก่ผู้มาใช้บริการและชุมชนโดยรอบ ผ่านการสร้างการมีส่วนร่วมในรูปแบบที่สร้างสรรค์และเข้าถึงได้ง่าย พร้อมตอกย้ำแนวทางการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ